ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๕ · หน้า ๑๗๕ · ข้อ 29
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บทว่า สจฺฉิกตนิโรโธ ความว่า กระทำให้แจ้งซึ่งนิโรธ คือ นิพพานดำรงอยู่แล้ว.

บทว่า ทุกฺขํ ตสฺส ปริญฺาตํ ความว่า ทุกข์ ๓ อย่างอันพระ อรหันต์นั้นก้าวล่วงตัดขาดเสียแล้ว.

บทว่า อภิญฺเยฺยํ ความว่า พึงรู้ด้วยอาการอันงาม ด้วยสามารถ แห่งการหยั่งรู้สภาวลักษณะ.

บทว่า อภิญฺาตํ ความว่า รู้แล้วด้วยญาณอันยิ่ง.

บทว่า ปริญฺเยฺยํ ความว่า พึงกำหนดรู้ทราบซึ่ง ด้วยสามารถ แห่งการหยั่งรู้สามัญลักษณะ และด้วยสามารถแห่งความเป็นผู้มีกิจถึงพร้อม

บทว่า ปริฺาตํ ความว่า รู้แล้วโดยรอบ.

บทว่า ภาเวตพฺพํ ได้แก่ พึงให้เจริญ.

บทว่า สจฺฉิกาตพฺพํ ได้แก่ พึงกระทำให้ประจักษ์ ก็การกระทำ ให้แจ้งมี ๒ อย่างคือ การกระทำให้แจ้งการได้เฉพาะ และการกระทำให้ แจ้งอารมณ์.

ในบทว่า อุกฺขิตฺตปลิโฆ นี้ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บทว่า ปลิโฆ ได้แก่ อวิชชาซึ่งเป็นรากเง่าแห่งวัฏฏะ ก็อวิชชานี้ ท่านเรียกว่า ลิ่ม ด้วยอรรถว่า ถอนได้ยาก ท่านเรียกพระอรหันต์ว่าเป็น ผู้มีอวิชชาเป็นลิ่มสลักอันถอนเสียแล้ว เพราะอวิชชานั้น อันพระอรหันต์ นั้นถอนได้แล้ว.