ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๕ · หน้า ๘๒๘ · ข้อ 361 362 363
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บุคคลละที่อยู่แล้ว ไม่ท่องเที่ยวไปสู่ที่อยู่ มุนีไม่

ทำความเยื่อใยในกาม เปล่าจากกามทั้งหลาย ไม่มุ่งหมาย

อัตภาพต่อไป ไม่พึงทำถ้อยคำแก่งแย่งกับด้วยชน.

[๓๖๑] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า :-

บุคคลชื่อว่านาค สงัดแล้วจากทิฏฐิเหล่าใด พึง

เที่ยวไปในโลก บุคคลถือว่านาค ไม่พึงยึดถือทิฏฐิเหล่า

นั้นกล่าว ดอกบัวมีก้านขรุขระ เกิดแต่อัมพุคือน้ำ อันน้ำ

และเปือกตมไม่เข้าไปติด ฉันใด มุนีผู้กล่าวความสงบ

ไม่ติดพัน ไม่เข้าไปติดในกามและในโลก ฉันนั้น.

[๓๖๒] คำว่า สงัดแล้วจากทิฏฐิเหล่าใด พึงเที่ยวไป ในโลก มีความว่า คำว่า เหล่าใด ได้แก่ ทิฏฐิทั้งหลาย. คำว่า สงัด แล้ว ความว่า สงัด ว่าง เปล่า จากกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ราคะ ฯลฯ อกุสลาภิสังขารทั้งปวง. คำว่า พึงเที่ยวไป ความว่า พึง เที่ยวไปอยู่ผลัดเปลี่ยนอิริยาบถ ประพฤติ รักษา บำรุง ยังชีวิตให้เป็น

ไป. คำว่า ในโลก ได้แก่ ในมนุษยโลก เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า

สงัดแล้วจากทิฏฐิเหล่าใด พึงเที่ยวไปในโลก.

[๓๖๓] คำว่า บุคคลชื่อว่านาค ไม่พึงยึดถือทิฏฐิเหล่านั้น กล่าว มีความว่า คำว่า นาค ความว่า ชื่อว่า นาค เพราะอรรถ ว่า ไม่ทำความชั่ว. ชื่อว่า นาค เพราะอรรถว่า ไม่ถึง. ชื่อว่า นาค เพราะอรรถว่า ไม่มา.