พระสารีบุตรเถระเมื่อจะแสดงความไม่เป็นไปร่วมกันของจิต ๒ ดวง จึงกล่าวคาถาว่า จูฬาสีติ สหสฺสานิ เป็นต้น.
บทว่า จูฬาสีติ สหสฺสานิ กปฺปา ติฏนฺติ เย มรู ความว่า หมู่เทพเหล่าใดมีอายุแปดหมื่นสี่พันกัป ย่อมตั้งอยู่ในภพชั้น
เนวสัญญานาสัญญายตนะ. บาลีว่า เย นรา ดังนี้ก็มี.
บทว่า น เตวฺว เตปิ ชีวนฺติ ทฺวีหิ จิตฺเตหิ สมาหิตา ความว่า เทพแม้เหล่านั้น ย่อมเป็นผู้ประกอบด้วยจิต ๒ ดวงโดยความเป็น อันเดียวกัน เป็นอยู่ด้วยจิตที่เกี่ยวเนื่องกันเป็นคู่ หามิได้เลย แต่ย่อมเป็น อยู่ด้วยจิตดวงเดียวเท่านั้น.
บัดนี้ พระสารีบุตรเถระเมื่อจะแสดงมรณกาล จึงกล่าวคาถาว่า เย นิรุทฺธา เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เย นิรุทฺธา ความว่า ขันธ์เหล่าใด ดับแล้ว คือถึงซึ่งความตั้งอยู่ไม่ได้.
บทว่า นรนฺตสฺส ได้แก่ ตายแล้ว.
บทว่า ติฏมานสฺส วา ได้แก่ หรือยังดำรงอยู่.
บทว่า สพฺเพปิ สทิสา ขนฺธา ความว่า ขันธ์แม้ทั้งปวง เป็นขันธ์ที่ดับต่อจากจุติก็ตาม เป็นขันธ์ที่ดับในเมื่อเป็นไปก็ตาม ชื่อว่า เป็นเช่นเดียวกัน ด้วยอรรถว่า อาจที่จะสืบต่อได้อีก.
บทว่า คตา อปฺปฏิสนฺธิกา ความว่า ขันธ์เหล่านั้นท่านกล่าว. ว่า ดับไปแล้ว มิได้สืบเนื่องกัน เพราะไม่มีขันธ์ที่ดับแล้วมาสืบเนื่องอีก.