ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๕ · หน้า ๓๓๖ · ข้อ 69
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

พระสารีบุตรเถระเมื่อจะแสดงความไม่เป็นไปร่วมกันของจิต ๒ ดวง จึงกล่าวคาถาว่า จูฬาสีติ สหสฺสานิ เป็นต้น.

บทว่า จูฬาสีติ สหสฺสานิ กปฺปา ติฏนฺติ เย มรู ความว่า หมู่เทพเหล่าใดมีอายุแปดหมื่นสี่พันกัป ย่อมตั้งอยู่ในภพชั้น

เนวสัญญานาสัญญายตนะ. บาลีว่า เย นรา ดังนี้ก็มี.

บทว่า น เตวฺว เตปิ ชีวนฺติ ทฺวีหิ จิตฺเตหิ สมาหิตา ความว่า เทพแม้เหล่านั้น ย่อมเป็นผู้ประกอบด้วยจิต ๒ ดวงโดยความเป็น อันเดียวกัน เป็นอยู่ด้วยจิตที่เกี่ยวเนื่องกันเป็นคู่ หามิได้เลย แต่ย่อมเป็น อยู่ด้วยจิตดวงเดียวเท่านั้น.

บัดนี้ พระสารีบุตรเถระเมื่อจะแสดงมรณกาล จึงกล่าวคาถาว่า เย นิรุทฺธา เป็นต้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เย นิรุทฺธา ความว่า ขันธ์เหล่าใด ดับแล้ว คือถึงซึ่งความตั้งอยู่ไม่ได้.

บทว่า นรนฺตสฺส ได้แก่ ตายแล้ว.

บทว่า ติฏมานสฺส วา ได้แก่ หรือยังดำรงอยู่.

บทว่า สพฺเพปิ สทิสา ขนฺธา ความว่า ขันธ์แม้ทั้งปวง เป็นขันธ์ที่ดับต่อจากจุติก็ตาม เป็นขันธ์ที่ดับในเมื่อเป็นไปก็ตาม ชื่อว่า เป็นเช่นเดียวกัน ด้วยอรรถว่า อาจที่จะสืบต่อได้อีก.

บทว่า คตา อปฺปฏิสนฺธิกา ความว่า ขันธ์เหล่านั้นท่านกล่าว. ว่า ดับไปแล้ว มิได้สืบเนื่องกัน เพราะไม่มีขันธ์ที่ดับแล้วมาสืบเนื่องอีก.