กาย กำจัดได้ด้วยปัญญานั้น คือที่มีประการดังกล่าวแล้ว.
บทว่า ธุตญฺจ โธตญฺจ ได้แก่ ให้หวั่นไหวแล้วและชำระแล้ว.
บทว่า สนฺโธตญฺจ ได้แก่ ชำระแล้วโดยชอบ.
บทว่า นิทฺโธตญฺจ ความว่า ซักฟอกด้วยดีโดยพิเศษ.
บทว่า ราโค ธุโต จ เป็นต้น พึงประกอบด้วยสามารถแห่งมรรค ๔.
บทว่า สมฺมาทิฏฺิยา มิจฺฉาทิฏฺิ ธุตา จ ความว่า มิจฉาทิฏฐิ ให้หวั่นไหวชำระได้ด้วยสัมมาทิฏฐิที่สัมปยุตด้วยมรรค แม้ในสัมมาสังกัปปะ
เป็นต้นก็นัยนี้แหละ. สมจริงดังที่ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิจฉา-
ทิฏฐิของบุคคลผู้เป็นสัมมาทิฏฐิ ย่อมหมดกำลัง พึงให้พระสูตรพิสดาร.
บทว่า สมฺมาาเณน ได้แก่ ญาณที่สัมปยุตด้วยมรรค หรือ ปัจจเวกขณญาณ.
บทว่า มิจฺฉาาณํ ได้แก่ ญาณที่วิปริต คือญาณที่ไม่แท้ และ โมหะที่เกิดขึ้นด้วยอาการพิจารณาว่า ในการกระทำบาปทั้งหลาย เราทำ บาปด้วยสามารถความคิดที่สุขุม เป็นอันทำดีแล้ว.
บทว่า สมฺมาวิมุตฺติยา มิจฺฉาวิมุตฺติ ความว่า วิมุตติที่วิปริต คือวิมุตติที่ไม่แท้นั่นแหละ ซึ่งเรียกกันว่าเจโตวิมุตติ กำจัดได้ด้วยสมุจเฉท- วิมุตติ.
บทว่า อรหา อิเมหิ โธนิเยหิ ธมฺเมหิ ความว่า พระอรหันต์ ดำรงอยู่ไกลจากกิเลสมีราคะเป็นต้น ย่อมเป็นผู้เข้าถึงด้วยธรรมเป็นเครื่อง กำจัดกิเลสเหล่านี้ คือที่มีประการดังกล่าวแล้ว.
บทว่า โธโน ได้แก่บุคคลผู้มีปัญญา เพราะเหตุนั้น พระสารีบุตร เถระจึงกล่าวว่า โส ธุตราโค เป็นต้น.