ในภูมิ ๓ ซึ่งมีประการดังกล่าวแล้วเหล่านั้น ด้วยตีรณปริญญา.
บทว่า ปหาย ได้แก่ ละขาดกิเลสกามด้วย ปหานปริญญา.
บทว่า ปชหิตฺวา ได้แก่ทิ้งแล้ว. ท่านอธิบายไว้ว่าบรรเทา กิเลสกาม เหมือนทิ้งหยากเยื่อด้วยตะกร้าหรือ หามิได้เลย ที่แท้บรรเทา กิเลสกามนั้น คือข้าม นำออก ทำกิเลสกามให้สูญสิ้นเหมือนแทงโคงาน ที่โกงด้วยประตักหรือ ? หามิได้เลย ที่แท้ทำให้สูญสิ้นซึ่งกิเลสกามนั้น คือกระทำให้มีที่สุดไปปราศแล้ว คือกระทำกิเลสกามนั้นโดยประการที่ แม้ที่สุดก็จักไม่เหลือ แม้เพียงการทำลายโดยกำหนดมีในที่สุด ให้ถึงความ ไม่มีว่า อย่างไรจึงจะทำกิเลสกามนั้นด้วยประการนั้น คือกระทำโดย ประการที่ตัดขาดกิเลสกามด้วยสมุจเฉทปหานดังนี้ แม้ในกามฉันทนิวรณ์ เป็นต้นก็นัยนี้.
ในบทว่า กาโมฆํ เป็นต้น มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- ความกำหนัดที่ เป็นไปในกามคุณ ๕ ท่านเรียกว่า กาโมฆะ เพราะอรรถว่า จมลง.
บทว่า ภโวโฆ ได้แก่ ฉันทราคะในรูปภพและอรูปภพ และ ความยินดีในฌาน.
บทว่า ทิฏโโฆ ได้แก่ ความปรารถนาในภพที่ประกอบด้วย
สัสสตทิฏฐิเป็นต้นนั่นแล. ทิฏโฐฆะย่อมถึงการรวมลงในภโวฆะนั่นเอง.
อวิชโชฆะได้แก่ความไม่รู้ในอริยสัจ ๔.
ในโอฆะเหล่านั้น เมื่อบุคคลยินดีใส่ใจกามคุณทั้งหลาย กาโมฆะ ที่ยังไม่เกิดก็เกิดขึ้น และที่เกิดแล้วก็เจริญยิ่งขึ้น.
เมื่อบุคคลยินดีใส่ใจมหัคคตธรรมทั้งหลาย ภโวฆะที่ยังไม่เกิดก็เกิด