ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๕ · หน้า ๑๗๑ · ข้อ 29
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บุคคลใดกำหนดรู้ธรรมทั้งปวง บุคคลนั้นย่อมกำหนดรู้ด้วยปริญญา ๓ คือ ญาตปริญญา ตีรณปริญญา ปหานปริญญา.

บรรดาปริญญา ๓ เหล่านั้น ญาตปริญญา เป็นไฉน ? บุคคลรู้ ธรรมทั้งปวงว่า ธรรมเหล่านี้มีในภายใน เหล่านี้มีภายนอก นี้เป็นลักษณะ ของธรรมนี้ เหล่านี้เป็นรส เป็นปัจจุปัฏฐาน เป็นปทัฏฐาน ดังนี้ นี้ชื่อว่า ญาตปริญญา.

ตีรณปริญญา เป็นไฉน ? บุคคลพิจารณาธรรมทั้งปวงด้วยสามารถ ได้เพราะรู้อย่างนี้โดยนัยเป็นต้นว่า เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ดังนี้ นี้ชื่อว่า ตีรณปริญญา.

ปหานปริญญา เป็นไฉน ? บุคคลพิจารณาอย่างนี้แล้ว ละฉันท- ราคะในธรรมทั้งปวง ด้วยมรรคอันเลิศ นี้ชื่อว่า ปหานปริญญา แล. พระสารีบุตรเถระกล่าวว่า พระอรหันต์นั้น ถึงฝั่งด้วยการรู้ยิ่ง ถึงฝั่งด้วย การกำหนดรู้ ถึงฝั่งด้วยการละดังนี้ หมายเอาปริญญาเหล่านี้.

บทว่า ภาวนาปารคู ความว่า ภาวนาถึงที่สุดแล้ว ถึงฝั่งคือ นิพพานด้วยมรรค.

บทว่า สจฺฉิกิริยาปารคู ความว่า ถึงฝั่งคือผลและนิพานที่ทำให้ แจ้ง ด้วยสามารถแห่งผลและนิพพาน.

บทว่า สมาปตฺติปารคู ความว่า ถึงฝั่งแห่งสมาบัติ ๘.

บทว่า สพฺพธมฺมานํ ได้แก่ ธรรมทั้งปวงมีขันธ์ ๕ เป็นต้น.

บทว่า สพฺพทุกฺขานํ ได้แก่ ทุกข์ทั้งปวงมีชาติทุกข์เป็นต้น.

บทว่า สพฺพกิเลสานํ ได้แก่ กิเลสทั้งปวงมีกายทุจริตเป็นต้น.