ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๕ · หน้า ๙๗ · ข้อ 29
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ชื่อว่า ทุติยา เพราะอรรถว่า เป็นสหาย เพราะไม่ให้กระวน

กระวาย. ก็ตัณหานี้ย่อมไม่ให้สัตว์ทั้งหลายกระวนกระวายในวัฏฏะ, ย่อม

ให้รื่นรมย์ยิ่ง. ดังสหายรัก ในที่ที่ไปแล้ว ๆ เพราะเหตุนั้นแล ท่านจึง

กล่าวว่า :-

บุรุษมีตัณหาเป็นสหาย ท่องเที่ยวไปตลอดกาลยาว

นาน ย่อมไม่ล่วงพ้นสังสารวัฏอันเป็นอย่างนี้ไม่มีอย่างอื่น.

ชื่อว่า ปณิธิ ด้วยสามารถแห่งความตั้งมั่น.

บทว่า ภวเนตฺติ ได้แก่ เชือกเครื่องนำไปสู่ภพ. จริงอยู่สัตว์ทั้ง หลายอันตัณหานี้นำไป เหมือนโคทั้งหลายถูกเชือกผูกคอนำไปยังที่ที่ ปรารถนาแล้ว ๆ ฉะนั้น

ชื่อว่า วนะ เพราะอรรถว่า ติด คือคบ คือชุ่มอารมณ์นั้น ๆ ขยายบทด้วยพยัญชนะเป็น วนถะ. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า วนะ เพราะ อรรถว่า เป็นราวกะป่า, ด้วยอรรถว่า ยังทุกข์อันหาประโยชน์มิได้ให้ตั้ง

ขึ้น. และด้วยอรรถว่า รกชัฏ คำนี้เป็นชื้อของตัณหาที่มีกำลัง. แต่ตัณหา

ที่มีกำลังเท่านั้นชื่อว่า วนถะ ด้วยอรรถว่า รกชัฏกว่า. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึง ตรัสไว้ว่า :-

เธอทั้งหลายจงตัดป่า อย่าตัดต้นไม้ ภัยย่อมเกิด

แต่ป่า พวกเธอตัดป่าน้อยและป่าใหญ่แล้ว จงเป็นผู้หมด

ป่าเถิด ภิกษุทั้งหลาย.

ชื่อว่า สันถวะ ด้วยความสามารถแห่งความเชยชิด. อธิบายว่า เกี่ยวข้อง สันถวะนั้นมี ๒ อย่าง คือ ตัณหาสันถวะ ความเชยชิดด้วย