สัตว์ผู้ดิ้นรนเพราะทุกข์คือความพินาศแห่งทิฏฐิเป็นที่สุด ง่ายทั้งนั้น เพราะ มีนัยดังกล่าวแล้ว.
บทว่า สมฺผนฺทมานํ ได้แก่ ดิ้นรนบ่อย ๆ.
บทว่า วิปฺผนฺทนานํ ได้แก่ หวั่นไหวด้วยวิธีต่าง ๆ.
บทว่า เวธมานํ ได้แก่ สั่นอยู่.
บทว่า ปเวธฺมานํ ได้แก่ สั่นด้วยความเพียร.
บทว่า สมฺปเวธมานํ ได้แก่ สั่นอยู่บ่อย ๆ, อีกอย่างหนึ่ง ท่าน ขยายบทด้วยอุปสรรค.
บทว่า ตณฺหานุคตํ ได้แก่ เข้าไปตามตัณหา.
บทว่า ตณฺหานุสฏํ ได้แก่ แผ่ไปตามตัณหา.
บทว่า ตณฺหายาปนฺนํ ได้แก่ จมลงในตัณหา.
บทว่า ตณฺหายา ปาติตํ ได้แก่ อันตัณหาซัดไป. ปาฐะว่า ปริปา- ติตํ ก็มี.
บทว่า อภิภูตํ ได้แก่ อันตัณหาย่ำยีคือท่วมทับแล้ว.
บทว่า ปริยาทินฺนจิตฺตํ ได้แก่ มีจิตอันตัณหายึดไว้หมดสิ้น.
อีกอย่างหนึ่ง ไปในตัณหาเหมือนไปตามห้วงน้ำ, ไปตามตัณหา เหมือนตกไปตามปัจจัยแห่งรูปที่มีวิญญาณครอง, ซ่านไปตามตัณหา เหมือน
แหนแผ่ปิดหลังน้ำจมอยู่ในตัณหา. เหมือนจมลงในหลุมอุจจาระ, อัน
ตัณหาให้ตกไป เหมือนตกจากยอดไม้ลงเหว, อันตัณหาครอบงำ เหมือน ประกอบรูปที่มีวิญญาณครอง.๑ มีจิตอันตัณหาครอบงำแล้ว เหมือนมี วิปัสสนาเกิดขึ้นแก่ผู้กำหนดรูปที่มีวิญญาณครอง๑.
๑. รูปอันตัณหาและทิฏฐิเข้าไปยึดไว้โดยความเป็นผลและเป็นอารมณ์ของอุปาทานได้.