ด้วยโสดาปัตติมรรค อริยบุคคลนั้นย่อมไม่กลับถึงกิเลสเหล่านั้นอีก คือไม่ ยังกิเลสเหล่านั้นให้กลับบังเกิดอีก.
บทว่า น ปจฺจาคจฺฉติ ความว่า ไม่มาภายหลัง.
บทว่า ปญฺจหากาเรหิ ตาทิ ความว่า เป็นผู้เช่นกับด้วยเหตุ หรือส่วน ๕ อย่าง.
บทว่า อิฏฺานิฏฺเ ตาทิ ความว่า เป็นผู้เช่นกับในเหตุ ๒ อย่าง คือ อิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์ เพราะเปลื้องความยินดีและยินร้ายได้ ตั้งอยู่.
บทว่า จตฺตาวี ได้แก่ ละกิเลสทั้งหลาย.
บทว่า ติณฺณาวี ได้แก่ ก้าวล่วงสงสาร.
บทว่า มุตฺตาวี ได้แก่ พ้นจากราคะเป็นต้น.
บทว่า ตํ นิทฺเทสา ความว่า ชื่อว่าเป็นผู้เช่นกัน เพราะแสดง ออก คือกล่าวชี้แจงด้วยคุณมีศีลและศรัทธาเป็นต้นนั้น ๆ.
พระสารีบุตรเถระประสงค์จะกล่าวอาการ ๕ อย่างนั้นให้พิสดาร จึง กล่าวว่า กถํ อรหา อิฏานิฏฺเ ตาทิ เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ลาเภปิ ความว่า แม้ในการได้ ปัจจัย ๔.
บทว่า อลาเภปิ ความว่า แม้ในการเสื่อมปัจจัย ๔ เหล่านั้น.
บทว่า ยเสปิ ได้แก่ แม้ในบริวาร.
บทว่า อยเสปิ ได้แก่ แม้ในคราวเสื่อมบริวาร.
บทว่า ปสํสายปิ ได้แก่ แม้ในการกล่าวสรรเสริญ.