อเนกประการ มีชนิดเจตนาเป็นต้น เพราะไม่ก้าวล่วงสมาทานและความ เป็นที่ตั้งของศีลซึ่งแม้ขยายเป็นชนิดเจตนาเป็นต้น ฉันนั้น.
ก็ความกำจัดความเป็นผู้ทุศีล และคุณอันหาโทษมิ
ได้ ท่านกล่าวว่า ชื่อว่า รส ของศีลซึ่งมีลักษณะอย่างนี้
ด้วยอรรถว่า เป็นกิจและสมบัติ.
เพราะฉะนั้น ชื่อว่าศีลนี้ พึงทราบว่า มีการกำจัดความเป็นผู้ทุศีล เป็นรส เพราะอรรถว่าเป็นกิจ ว่า มีคุณอันหาโทษมิได้เป็นรส เพราะ อรรถว่าเป็นสมบัติ.
ศีลนี้นั้นมีความสะอาดเป็นปัจจุปปัฏฐาน โอต-
ตัปปะ และหิริ ท่านผู้รู้ทั้งหลายพรรณนาว่าเป็นปทัฏฐาน
ของศีลนั้น.
ก็ศีลนี้นั้น มีความสะอาดซึ่งท่านกล่าวไว้อย่างนี้ว่า ความสะอาดกาย ความสะอาดวาจา ความสะอาดใจเป็นปัจจุปปัฏฐาน ย่อมปรากฏ คือ ถึง
ความเป็นแห่งการรับเอาด้วยความสะอาด. ก็หิริและโอตตัปปะท่านผู้รู้ทั้ง
หลายพรรณนาว่าเป็นปทัฏฐานของศีลนั้น. อธิบายว่า เป็นเหตุใกล้. ด้วย
ว่า เมื่อหิริและโอตตัปปะมีอยู่ ศีลย่อมเกิดขึ้นและตั้งอยู่ เมื่อหิริและโอต- ตัปปะไม่มี ศีลย่อมไม่เกิดขึ้น ย่อมไม่ตั้งอยู่ ดังนี้แล. บุคคลเป็นผู้มีศีล
ด้วยศีลอย่างที่อธิบายมานี้. ธรรมมีเจตนาเป็นต้น ของบุคคลผู้งดเว้นจาก
ปาณาติบาตเป็นต้นก็ดี ของบุคคลผู้บำเพ็ญวัตรปฏิบัติก็ดี พึงทราบว่า ชื่อ ว่า ศีล. สมจริงดังที่ท่านกล่าวไว้ในปฏิสัมภิทามรรคว่า อะไรชื่อว่า ศีล ?