ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๕ · หน้า ๑๒๖ · ข้อ 29
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

เครื่องให้ด้วยศรัทธาเป็นปทัฏฐาน. หรือมีองค์แห่งการแรกถึง

กระแสธรรมเป็นปทัฏฐาน พึงเห็นเหมือนพืชที่ปลื้มใจในมือ.

ชื่อว่า สัทธาพละ เพราะอรรถว่า ไม่หวั่นไหวในความไม่เชื่อ.

บทว่า วิริยพลํ ได้แก่ ภาวะของคนกล้า ชื่อว่า วิริยะ. หรือ กรรมของคนกล้า ชื่อว่า วิริยะ. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า วิริยะ เพราะอรรถ ว่า พึงให้เคลื่อน, คือให้เป็นไป ด้วยวิธี. ด้วยนัย, ด้วยอุบาย.

วิริยะนั่นนั้น มีความค้ำจุนเป็นลักษณะ หรือมีความประคองเป็น ลักษณะ มีความค้ำจุนสหชาตธรรมเป็นรส. มีการไม่จมเป็น

ปัจจุปัฏฐาน. มีความสังเวชหรือเรื่องปรารภความเพียรเป็นปทัฏฐาน.

โดยพระบาลีว่า ผู้สังเวชย่อมเริ่มตั้งโดยแยบคาย. พึงเห็นว่า ความเพียร ที่เริ่มแล้วเป็นมูลแห่งสมบัติทุกอย่าง ชื่อว่า วีริยพละ เพราะอรรถว่า ไม่หวั่นไหวในความเกียจคร้าน.

ลักษณะเป็นต้นของสติ ได้กล่าวไว้แล้วเทียว. ชื่อว่า สติพละ เพราะอรรถว่า ไม่หวั่นไหวในความลืมสติ.

ชื่อว่า สมาธิ เพราะอรรถว่า ให้ยึดมั่น คือตั้งไว้ซึ่งสหชาต ปัจจัยทั้งหลาย โดยชอบ. สมาธินั้น มีความเป็นหัวหน้าเป็นลักษณะ, หรือมี ความไม่ซัดส่ายเป็นลักษณะ, หรือความไม่ฟุ้งซ่านไปเป็นลักษณะ. มี การประมวลสหชาตธรรมทั้งหลายไว้ในอารมณ์เป็นรส, ดุจน้ำประมวล

จุรณสำหรับอาบไว้. มีความสงบหรือญาณเป็นปัจจุปัฏฐาน สมจริงดังที่

ตรัสไว้ว่า ผู้มีจิตตั้งมั่นแล้วย่อมรู้ ย่อมเห็นตามเป็นจริง. โดยพิเศษมี