ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๕ · หน้า ๗๔๕ · ข้อ 288 289
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

เป็นแห่งอาการพร่ำเพ้อ เรียกว่า ทอดถอนใจอยู่ เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ทอดถอนใจอยู่ว่า เขาล่วงเลยเราเพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่า :-

ชนผู้พิจารณาปัญหา กล่าววาทะของตนนั้นว่าเลว

คัดค้านให้ตกไป ชนนั้นมีวาทะเสื่อมไปแล้ว ย่อมรำพัน

เศร้าโศกทอดถอนใจอยู่ว่า เขาล่วงเลยเรา.

[๒๘๘] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า :-

ความวิวาทกันเหล่านี้ เกิดแล้วในสมณะทั้งหลาย

ความยินดีและความยินร้าย ย่อมมีในเพราะความวิวาท

เหล่านั้น บุคคลเห็นโทษแม้นี้แล้ว พึงงดเว้นการคัดค้าน

กัน เพราะประโยชน์อื่นจากการได้ความสรรเสริญ ย่อม

ไม่มี.

ว่าด้วยโทษของการวิวาท

[๒๘๙] คำว่า ความวิวาทกันเหล่านี้ เกิดแล้วในสมณะ ทั้งหลาย มีความว่า คำว่า สมณะ ได้แก่ ชนบางเหล่าผู้เป็นปริพาชก ภายนอกพระศาสนานี้ ความทะเลาะกันเพราะทิฏฐิ ความวิวาทกันเพราะ ทิฏฐิ ความหมายมั่นกันเพราะทิฏฐิ ความแก่งแย่งกันเพราะทิฏฐิ ความมุ่ง ร้ายกันเพราะทิฏฐิ เกิดแล้ว คือ เกิดพร้อม บังเกิด บังเกิดเฉพาะ ปรากฏแล้ว ในสมณะทั้งหลาย เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ความวิวาทกัน เหล่านี้เกิดแล้วในสมณะทั้งหลาย.