ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๕ · หน้า ๑๑๖ · ข้อ 29
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

สติ ที่สัมปยุตด้วยวิปัสสนา ของผู้ที่กำหนดเวทนา กำหนดจิต กำหนดธรรมทั้งหลายมาแล้ว ชื่อว่า ธรรมานุปัสสนา, บุคคลผู้ประกอบ ด้วย สติ นั้น ชื่อว่า ธรรมานุปัสสี.

สติ ที่สัมปยุตด้วยมรรคในมรรคขณะ ของผู้ที่ขวนขวายเจริญ วิปัสสนาบรรลุอริยมรรคแล้ว ชื่อว่า ธรรมานุปัสสนา, บุคคลผู้ประกอบ ด้วย สติ นั้น ชื่อว่า ธรรมานุปัสสี. เทศนาเป็นบุคคลาธิษฐานเท่านี้ ก่อน.

สติ กำหนดกาย ละสุภสัญญาวิปลาส ย่อมสำเร็จได้ด้วยมรรค ดังนั้นจึงชื่อว่า กายานุปัสสนา.

สติ กำหนดเวทนา ละสุขสัญญาวิปลาส ย่อมสำเร็จได้ด้วยมรรค ดังนั้น จึงชื่อว่า เวทนานุปัสสนา.

สติ กำหนดจิต ละนิจจสัญญาวิปลาส ย่อมสำเร็จได้ด้วยมรรค ดังนั้น จึงชื่อว่า จิตตานุปัสสนา.

สติ กำหนดธรรม ละอัตตสัญญาวิปลาส ย่อมสำเร็จได้ด้วยมรรค ดังนั้น จึงชื่อว่า ธรรมมานุปัสสนา.

สติที่สัมปยุตด้วยมรรคอย่างเดียวนั่นแล ย่อมได้ชื่อ ๔ อย่าง ด้วย อรรถว่ายังกิจ ๔ ให้สำเร็จ. เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ในขณะแห่ง โลกุตตรมรรค สติปัฏฐาน ๔ ย่อมได้ในจิตดวงเดียวนั่นเอง. ท่านกล่าว จตุกกะ ๓ อื่น ๆ ด้วยสามารถอุปการะ. ไม่เสื่อม และคุณ อีก.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อสติปริวชฺชนาย ความว่า ไม่มี สติ ชื่อว่า อสติ. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า อสติ เพราะอรรถว่า สติไม่