๖ อย่างเหล่านี้ คือ ราคะ โมหะ ถัมภะ สารัมภะ มานะ มทะ ด้วย
อรหัตตมรรค. แม้กิเลสที่เหลือลงทั้งหลาย ก็พึงประกอบตามที่ประกอบไว้
โดยนัยเป็นต้นว่า ตีณิ ทุจฺจริตานิ สพฺพกิเลเสหิ ดังนี้.
บทว่า วตฺถุกาเม ปริชานิตฺวา ความว่า รู้วัตถุกามทั้งหลายที่ เป็นไปในภูมิ ๓ ด้วยสามารถเข้าถึงแล้วด้วยญาณปริญญาและตีรณปริญญา.
บทว่า กิเลสกาเม ปหาย ความว่า กิเลสกามทั้งหลายมีฉันทะ เป็นต้น ด้วยปหานปริญญา.
บทว่า พฺยนฺตีกริตฺวา ความว่า กระทำให้มีที่สุดไปปราศแล้ว คือ ให้ปราศจากที่สุด.
บทว่า กาโมฆํ ติณฺณสฺส ความว่า ข้ามกาโมฆะกล่าวคือ การ วนเวียนตั้งอยู่ ด้วยอนาคามิมรรค.
บทว่า ภโวฆํ ความว่า ข้ามภโวฆะ ด้วยอรหัตตมรรค.
บทว่า ทิฏฺโฆํ ความว่า ข้ามทิฏโฐฆะ ด้วยโสดาปัตติมรรค.
บทว่า อวิชฺโชฆํ ความว่า ข้ามอวิชโชฆะ ด้วยอรหัตตมรรค.
บทว่า สพฺพสงฺขารปถํ ความว่า ข้ามทางกล่าวคือ ลำดับแห่ง ขันธ์ ธาตุ และอายตนะทั้งปวงตั้งอยู่ ด้วยอรหัตตมรรคนั่นแหละ.
ข้ามขึ้นโดยโสดาปัตติมรรค, ข้ามพ้นด้วยสกทาคามิมรรค, ก้าวล่วง กามธาตุด้วยอนาคามิมรรค, ล่วงเลยภพทั้งปวงด้วยอรหัตตมรรค, เป็นไป ล่วงด้วยสามารถแห่งผลสมาบัติ.
บทว่า ปารํ คตสฺส เป็นต้น ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งพระ- นิพพาน.