และลมหายใจออก อวิชชา กรรม ตัณหา และอาหารเป็นเหตุเดิมแห่ง มหาภูตรูป.
บทว่า อิเมสํ ได้แก่ ลมหายใจเข้าเป็นต้น ซึ่งมีประการดังกล่าว แล้ว คือที่กล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งเหตุที่เนื่องด้วยชีวิตินทรีย์ บรรดา ลมหายใจเข้าเป็นต้นเหล่านั้น เมื่ออย่างหนึ่ง ๆไม่มีชีวิตินทรีย์ก็ย่อมตั้งอยู่ ไม่ได้.
บทว่า ทุพฺพลํ ได้แก่ มีกำลังน้อย.
บทว่า ปุพฺพเหตูปิ ความว่า แม้อวิชชา สังขาร ตัณหา อุปาทาน และภพ กล่าวคือเหตุ ซึ่งเป็นเหตุแห่งวิปากวัฏนี้ในอดีตชาติ แห่งลม หายใจเข้าเป็นต้นเหล่านี้ มีกำลังทราม.
บทว่า เยปิ ปจฺจยา เตปิ ทุพฺพลา ได้แก่ สาธารณปัจจัย มีอารัมณปัจจัย เป็นต้น.
บทว่า ปภวิกา ได้แก่ ตัณหาที่เป็นประธานเกิดขึ้น.
บทว่า สหภูปิ ได้แก่ รูปธรรมและอรูปธรรม แม้ที่ร่วมภพกัน.
บทว่า สมฺปโยคาปิ ได้แก่ อรูปธรรมแม้ที่ประกอบร่วมกัน.
บทว่า สหชาปิ ได้แก่ แม้เกิดขึ้นด้วยกันในจิตดวงเดียว.
บทว่า ยาปิ ปโยชิกา ได้แก่ ตัณหาที่เป็นมูลแห่งวัฏฏะ.
ชื่อว่า ปโยชิกา เพราะอรรถว่า ประกอบเข้าแล้ว เพื่อที่จะ ประกอบด้วยสามารถแห่งจุติและปฏิสนธิ, สมจริงดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า บุรุษมีตัณหาเป็นที่ ๒.
บทว่า นิจฺจทุพฺพลา ได้แก่ มีกำลังทรามโดยไม่มีระหว่าง.