บทว่า ปุริมาปิ จ ปจฺฉิมาปิ จ ได้แก่ ขันธ์ที่เกิดก่อน คือ ที่มีเหตุปัจจัยในก่อนก็ดี ขันธ์ที่เกิดภายหลัง คือที่เกิดขึ้นพร้อมด้วยปัจจัย ในเมื่อเหตุปัจจัยเป็นไปก็ดี.
บทว่า อญฺมญฺํ น กทาจิ มทฺทสํสุ ความว่า ไม่เคยเห็น กันและกันในกาลไหน ๆ ม อักษรท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งบทสนธิ.
บทว่า จาตุมฺมหาราชิกานํ เทวานํ ความว่า เทวดาเหล่านั้น ชื่อว่า จาตุมมหาราชิกา เพราะอรรถว่า มีมหาราชทั้ง ๔ กล่าวคือ ท้าว ธตรฐ ท้าววิรุฬหก ท้าววิรูปักข์ และท้าวกุเวร เป็นใหญ่. ชื่อว่า เทพ เพราะอรรถว่า รุ่งเรืองด้วยรูปเป็นต้น. เทวดาชั้นจาตุมมหาราชิกาเหล่านั้น อยู่ท่ามกลางสิเนรุบรรพต, บรรดาเทวดาเหล่านั้น พวกที่อยู่ที่บรรพตก็มี พวกที่อยู่ในอากาศก็มี อยู่ต่อ ๆ กันไปถึงจักรวาลบรรพต. เทวดาเหล่านี้ คือ พวกขิฑฑาปโทสิกะ พวกมโนปโทสิกะ พวกสีตวลาหกะ พวก อุณหวลาหกะ จันทิมเทพบุตร สุริยเทพบุตร แม้ทั้งหมดอยู่เทวโลกชั้น
จาตุมมหาราชิกาทั้งนั้น. ชีวิตของเทวดาชั้นจาตุมมหาราชิกาเหล่านั้น.
บทว่า อุปาทาย ได้แก่ อาศัย.
บทว่า ปริตฺตกํ ได้แก่ ปฏิเสธความเจริญ ดุจในข้อความว่า วัยของเราแก่รอบ ชีวิตของเราน้อย เป็นต้น.
บทว่า โถกํ ได้แก่ เหลือเวลาน้อย. ปฏิเสธวันยาวนาน.
บทว่า ขณิกํ ได้แก่ เหลือเวลาน้อย ปฏิเสธระหว่างกาล, ดุจใน ข้อความว่า มรณะชั่วขณะ ฌานชั่วขณะ เป็นต้น.