อรรถว่า พระญาณนั้นมีส่วนสุดรอบแห่งบทธรรมที่ควรแนะนำคือที่สุด แห่งบทธรรมที่ควรแนะนำ ก็ที่สุดแห่งบทธรรมที่ควรแนะนำนั่นแล ย่อม
ไม่มีแก่ผู้ที่มิใช่สัพพัญญู. แม้ในบทธรรมที่ควรแนะนำที่มีส่วนสุดรอบแห่ง
พระญาณก็นัยนี้เหมือนกัน. ในคู่แรกมีเนื้อความดังกล่าวแล้วนั่นแล พระ
เถระแสดงให้วิเศษด้วยคู่นี้ แสดงกำหนดด้วยสามารถปฏิเสธ ด้วยคู่ที่ ๓ ก็ในที่นี้บทธรรมที่ควรแนะนำ ชื่อว่าทางแห่งบทธรรมที่ควรแนะนำ.
บทว่า อญฺมญฺปริยนฺตฏฺายิโน ความว่า มีปกติตั้งอยู่ใน ส่วนสุดรอบของกันและกัน โดยตั้งซึมซาบทั้งบทธรรมที่ควรแนะนำและ ญาณ.
บทว่า อาวชฺชนปฏิพทฺธา ความว่า อาศัยความนึกทางมโนทวาร อธิบายว่า ย่อมรู้ในลำดับความนึกนั้นนั่นเอง.
บทว่า อากงฺขปฏิพทฺธา ความว่า อาศัยความชอบใจ อธิบาย ว่าย่อมรู้ด้วยชวนะญาณในลำดับความนึก บท ๒ บทนอกนี้. ท่านกล่าว เพื่อประกาศเนื้อความตามลำดับ ของบท ๒ บทเหล่านี้.
ชื่อว่า อาสยะ ในบทว่า อาสยํ ชานาติ นี้ เพราะอรรถว่าเป็น
ที่พักพิงคืออาศัยของเหล่าสัตว์. บทนี้เป็นชื่อของสันดานที่ได้รับอบรมด้วย
มิจฉาทิฏฐิบ้าง ด้วยสัมมาทิฏฐิบ้าง ด้วยกามเป็นต้นบ้าง ด้วยเนกขัมมเป็น ต้นบ้าง.
ชื่อว่าอนุสัย เพราะอรรถว่า นอนเนื่อง คือเป็นไปตามสันดาน ของสัตว์ คำนี้เป็นชื่อของกามราคะเป็นต้นที่มีกำลัง กถาว่าด้วยอนุสัยว่า อนุสยํ ชานาติ ดังนี้ กล่าวไว้แล้วในหนหลังนั่นแล.