มานะที่เกิดขึ้น กล่าวไว้ในธรรมเป็นกามาวจรที่เหลือ และในธรรม เป็นรูปาวจรและอรูปาวจร ซึ่งเว้นจากทุกขเวทนา ด้วยสามารถแห่ง อารมณ์นั้นแล.
ภวราคานุสัย แม้เมื่อเกิดขึ้น ก็กล่าวไว้ในจิตที่วิปปยุตด้วยทิฏฐิ ๔ ด้วยสามารถแห่งสหชาตธรรม.
แต่โลภะที่เกิดขึ้น กล่าวไว้ในธรรมเป็นรูปารูปาวจระด้วยสามารถ แห่งอารมณ์นั่นแล.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทิฏานุสโย ได้แก่ ทิฏฐิ ๖๒ อย่าง.
บทว่า วิจิกิจฺฉานุสโย ได้แก่ วิจิกิจฉามีวัตถุ ๘.
บทว่า ตเทกฏฺา จ กิเลสา ความว่า ตั้งอยู่โดยความเป็นอัน เดียวกัน ด้วยสามารถเกิดร่วมกัน. และตั้งอยู่แห่งเดียวกัน คือ ด้วยสามารถ ทิฏฐิและวิจิกิจฉาเกิดร่วมกันและตั้งอยู่แห่งเดียวกัน.
บทว่า มานานุสโย ได้แก่มานะ ๙ อย่าง.
บทว่า ปรจิตฺตาเณน วา ตฺวา ความว่า รู้ด้วยปัญญาเครื่อง
รู้วาระจิตของผู้อื่น. ท่านอธิบายว่า รู้ด้วยเจโตปริยญาณ.
บทว่า ปุพฺเพ นิวาสานุสฺสติาเณน วา ความว่า รู้ด้วยญาณ เครื่องระลึกถึงขันธ์ที่อยู่อาศัยในอดีต.
บทว่า มํสจกฺขุนา วา ได้แก่ด้วยจักษุปกติ (ตาธรรมดา)
บทว่า ทิพฺพจกฺขุนา วา ความว่า เห็นด้วยทิพยจักษุ ซึ่งคล้าย ทิพย์หรืออาศัยทิพยวิหาร.