[๒๑๖] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า :-
หยาดน้ำย่อมไม่ติดในใบบัว วารีย่อมไม่ติดในดอก
บัว ฉันใด มุนีย่อมไม่เข้าไปติดในรูปที่เห็น เสียงที่ได้ยิน
และอารมณ์ที่รู้ฉันนั้น.
[๒๑๗] คำว่า หยาดน้ำย่อมไม่ติดในใบบัว มีความว่า หยดน้ำ เรียกว่า หยาดน้ำ ใบปทุม เรียกว่าใบบัว หยาดน้ำย่อมไม่ติด ไม่ติด พร้อม ไม่เข้าไปติด คือ เป็นของไม่ติด ไม่ติดพร้อม ไม่เข้าไปติดใน ใบบัว ฉันใด เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า หยาดน้ำย่อมไม่ติดในใบบัว.
[๒๑๘] คำว่า วารีย่อมไม่ติดในดอกบัว ฉันใด มีความว่า ดอกปทุม เรียกว่า ดอกบัว น้ำเรียกว่า วารี วารีย่อมไม่ติด ไม่ติด พร้อม ไม่เข้าไปติด คือ เป็นของไม่ติด ไม่ติดพร้อม ไม่เข้าไปติดใน ดอกบัว ฉันใด เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า วารีย่อมไม่ติดในดอกบัว ฉันใด.
[๒๑๙] คำว่า มุนีย่อมไม่เข้าไปติดในรูปที่เห็นเสียงที่ได้ยิน และอารมณ์ทราบ ฉันนั้น มีความว่า คำว่า ฉันนั้น เป็นอุปไมย
เครื่องยังอุปมาให้ถึงพร้อมเฉพาะ. คำว่า มุนี มีความว่า ญาณ เรียกว่า
โมนะ ได้แก่ ปัญญา ความรู้ทั่ว ฯลฯ ก้าวล่วงธรรมเป็นเครื่องข้องและ ตัณหาเพียงดังข่าย ดำรงอยู่และเป็นผู้อันเทวดาและมนุษย์บูชาแล้ว บุคคล นั้นชื่อว่า มุนี.
คำว่า ติด ได้แก่ ความติด ๒ อย่าง คือความติดด้วยตัณหา ๑ ความ ติดด้วยทิฏฐิ ๑ ฯลฯ นี้ชื่อว่าด้วยตัณหา ฯลฯ นี้ชื่อว่าความติดด้วย