บทว่า เปตํ ความว่า จากโลกนี้ไปสู่ปรโลก.
บทว่า กาลกตํ ความว่า ตายแล้ว.
บทว่า นามเมวาวสิสฺสติ อกฺเขยฺยํ ความว่า ธรรมชาติมีรูป เป็นต้นทั้งหมดอันบุคคลละไป เหลือแต่เพียงชื่อเท่านั้น เพื่อนับคือเรียก อย่างนี้ว่า พุทธรักขิต ธรรมรักขิต.
บทว่า เย จกฺขุวิญฺาณาภิสมฺภูตา ความว่า รูปที่ทราบกันได้ ด้วยจักขุวิญญาณ มีสุมุฏฐาน ๔ ที่ทำให้เป็นกองเห็นแล้ว.
บทว่า โสตวิญฺาณาภิสมฺภูตา ความว่า เสียงที่มีสมุฏฐาน ๒ ที่ทำให้เป็นกองไว้ได้ฟังแล้วด้วยโสตวิญญาณซึ่งกองแต่อื่น.
บทว่า มุนโย ได้แก่มุนีผู้เป็นขีณาสพ.
บทว่า เขมทสฺสิโน ความว่า เห็นพระนิพพาน. ในโสกนิทเทส บทว่า โสโก มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- ชื่อว่า พยสนะ เพราะอรรถว่า เสื่อม อธิบายว่า ซัดไป คือกำจัดประโยชน์เกื้อกูลและความสุข ความ เสื่อมแห่งญาติ ชื่อญาติพยสนะ อธิบายว่า เพราะโจรโรคภัยเป็นต้น จึง สิ้นญาติเสื่อมญาติ เพราะความเสื่อมแห่งญาตินั้น.
บทว่า ผุฏสฺส ความว่า ท่วมทับ คือ ครอบงำ ประจวบ แม้
ในบทที่เหลือทั้งหลายก็นัยนี้เหมือนกัน. แต่ความแปลกกันดังนี้ ความเสื่อม
แห่งโภคะทั้งหลาย ชื่อโภคพยสนะ อธิบายว่า เพราะราชภัยและโจรภัยเป็น ต้น โภคะจึงสิ้นไปพินาศไป, ความเสื่อมคือโรค ชื่อโรคพยสนะ ด้วยว่า โรคทำความไม่มีโรคให้ฉิบหายไปพินาศไป ฉะนั้นจึงชื่อว่าพยสนะ. ความ เสื่อมแห่งศีล ชื่อสีลพยสนะ บทนี้เป็นชื่อของความทุศีล. ความเสื่อมคือ