บทว่า มหาเคโธ ได้แก่ เครื่องผูกพันใหญ่หากจะถามว่า เป็น ไฉน ? ก็ได้แก่ การหยั่งลงสู่มุสาวาท พึงทราบว่า เป็นเครื่องผูกพันของ ภิกษุนั้น ภิกษุนั้นย่อมหยั่งลงสู่ความเป็นผู้พูดเท็จ.
บทว่า ตีณิ สตฺถามิ ได้แก่ เครื่องตัด ๓ อย่าง กายทุจริตทั้ง หลายชื่อว่าศัสตราทางกาย แม้ในศัสตราทางวาจาเป็นต้น ก็นัยนี้เหมือน กันเพื่อจะแสดงศัสตรานั้นเป็นส่วน ๆ พระสารีบุตรเถระจึงกล่าวว่า ติวิธํ กายทุจฺจริตํ กายสตฺถํ ดังนี้.
บทว่า สมฺปชานมุสา ภาสติ ความว่า รู้อยู่กล่าววาจาไร้ ประโยชน์.
บทว่า อภิรโต อหํ ภนฺเต อโหสึ ปพฺพชฺชาย ความว่า ข้าพเจ้าเป็นผู้มิได้เว้นจากความยินดียิ่งต่อการบรรพชาในพระศาสนา.
บทว่า มาตา เม โปเสตพฺพา ความว่า ข้าพเจ้าเลี้ยงดูมารดา.
บทว่า เตนฺมหิ วิพฺภนฺโตติ ภณติ ความว่า เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้ก้าวกลับคือลาสิกขา.
แม้ในบทว่า ปิตา มยา โปเสตพฺโพ ข้าพเจ้าต้องเลี้ยงบิดา เป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน.
บทว่า เอโส ตสฺส มหาเคโธ ความว่า การกล่าวเท็จทั้งรู้อยู่ นั้นเป็นเครื่องผูกพันใหญ่ของบุคคลนั้น.
บทว่า มหาวนํ ได้แก่ ป่าใหญ่.
บทว่า คหณํ ได้แก่ ก้าวล่วงได้ยาก.
บทว่า กนฺตาโร ความว่า เช่นกับกันดารเพราะโจรเป็นต้น.