ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๕ · หน้า ๖๗๖ · ข้อ 242
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ทั้งหลายมีประมาณน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ศีลขันธ์ น้อย ศีลขันธ์ใหญ่ ศีลเป็นที่ตั้ง เป็นเบื้องต้น เป็นเครื่องประพฤติ เป็น ความสำรวม เป็นความระวัง เป็นปาก เป็นประธาน แห่งความถึงพร้อม แห่งกุศลธรรมทั้งหลาย นี้เรียกว่า อธิศีลสิกขา.

อธิจิตตสิกขาเป็นไฉน ? ภิกษุในธรรมวินัยนี้สงัดจากกาม สงัดจาก อกุศลธรรม บรรลุปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก อยู่ เพราะวิตกวิจารสงบไป บรรลุทุติยฌานอันมีความผ่องใสแห่งจิตใน ภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีปีติและสุขอันเกิด แต่สมาธิอยู่ เพราะปีติสิ้นไป จึงมีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วย นามกาย บรรลุตติยฌานที่พระอริยะทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้เป็น ผู้มีอุเบกขา มีสติอยู่เป็นสุข เพราะละสุขละทุกข์ และดับโสมนัสโทมนัส ก่อน ๆ ได้ บรรลุจตุตถฌานอันไม่มีทุกข์ไม่มีสุข มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติ บริสุทธิ์อยู่ นี้เรียกว่า อธิจิตตสิกขา.

อธิปัญญาสิกขาเป็นไฉน ? ภิกษุในธรรมวินัยนี้เป็นผู้มีปัญญาประ กอบด้วยปัญญาอันให้ถึงความเกิดและความดับ เป็นอริยะ ชำแรกกิเลส ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ ภิกษุนั้นย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา เหล่านี้อาสวะ นี้เหตุให้เกิดอาสวะ นี้ความดับอาสวะ นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับอาสวะ นี้เรียกว่า อธิปัญญาสิกขา.

คำว่า เมถุนธรรม มีความว่า ชื่อว่าเมถุนธรรม ได้แก่ ธรรม ของอสัตบุรุษ ฯลฯ เพราะฉะนั้น จึงเรียกว่า เมถุนธรรม.