บัดนี้พระสารีบุตรเถระเพื่อจะแสดงว่า ขันธ์ที่ดับในกาลทั้ง ๓ ไม่มี ความต่างกัน จึงกล่าวคาถาว่า อนนฺตรา เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อนนฺตรา จ เย ภงฺคา เย จ ภงฺคา อนาคตา ความว่า ขันธ์เหล่าใด เป็นอดีตติดต่อกัน แตกแล้ว คือดับแล้ว และขันธ์เหล่าใด เป็นอนาคตก็จักแตก.
บทว่า ตทนฺตเร ได้แก่ขันธ์ที่เป็นปัจจุบัน ซึ่งดับในระหว่างขันธ์ ที่เป็นอดีตและขันธ์ที่เป็นอนาคตเหล่านั้น.
บทว่า เวสมฺมํ นตฺถิ ลกฺขเณ ความว่า ความไม่เสมอกันชื่อ ว่าความแปลกกัน ความแปลกกันนั้นไม่มี. อธิบายว่า ไม่มีความต่างกัน
จากขันธ์เหล่านั้น. ชื่อว่า ลักษณะ เพราะอรรถว่า กำหนด ในลักษณะ
นั้น.
บัดนี้ พระสารีบุตรเถระเมื่อจะกล่าวความที่ขันธ์ที่เป็นอนาคต ไม่ เจือปนด้วยขันธ์ที่เป็นปัจจุบัน จึงกล่าวคาถาว่า อนิพฺพตฺเตน น ชาโต เป็นต้น.
บทว่า อนิพฺพตฺเตน น ชาโต ความว่าไม่เกิดแล้ว ด้วยขันธ์ ที่เป็นอนาคต ซึ่งยังไม่เกิด คือไม่ปรากฏ พระเถระกล่าวถึงความที่ขันธ์ที่ เป็นอนาคต ไม่เจือปนด้วยขันธ์ที่เป็นปัจจุบัน.
บทว่า ปจฺจุปฺปนฺเนน ชีวติ ความว่า ย่อมเป็นอยู่ด้วยขันธ์ที่เป็น ปัจจุบัน ในขันธ์ที่เกิดขึ้นในขณะ ด้วยบทนี้ ท่านกล่าวว่า ย่อมไม่เป็นอยู่ ด้วยจิต ๒ ดวงในขณะเดียวกัน.