บทว่า โมมุหํ ได้แก่ ความหลงยิ่ง หรือความหลง.
บทว่า ปจฺเจนฺติ ความว่า ย่อมรู้. นิทเทสของคาถาแม้นี้ง่าย.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อทรงอาศัยทิฏฐินั้น ปฏิเสธคำถาม ของพราหมณ์นั้น จึงตรัสคาถาว่า ทิฏฺึ สุนิสฺสาย เป็นต้น คาถานั้น มีเนื้อความว่า ดูก่อนมาคันทิยะ ท่านอาศัยทิฏฐิถามอยู่บ่อย ๆ ทิฏฐิเหล่าใด ที่ท่านถอนขึ้นแล้ว ท่านมาสู่ความลุ่มหลงในทิฏฐิที่ท่านถอนขึ้นเหล่านั้น นั่นแหละ ท่านไม่เห็นสัญญาที่ควรแม้น้อย แต่ธรรมนี้คือแต่ความสงบภาย ในที่เรากล่าวแล้ว หรือแต่การปฏิบัติ หรือแต่ธรรมเทศนา เพราะเหตุนั้น ท่านจึงเห็นธรรมนี้แต่ความหลง.
บทว่า ลคฺคนํ นิสฺสาย ลคฺคนํ ความว่า ติดแน่นความเกี่ยว ข้องทิฏฐิ.
บทว่า พนฺธนํ ได้แก่ ความผูกพันทิฏฐิ.
บทว่า ปลิโพธํ ได้แก่ ความกังวลทิฏฐิ.
บทว่า อนุธการํ ปกฺขนฺโตสิ ความว่า ท่านเป็นผู้เข้าไปแล้วสู่ ความมืดตื้อ.
บทว่า ยุตฺตสญฺํ ความว่า สัญญาอันควรในสมณธรรม.
บทว่า ปตฺตสญฺํ ความว่า สัญญาที่ได้เฉพาะแล้วในสมณธรรม.
บทว่า ลกฺขณสญฺํ ความว่า สัญญาที่ให้รู้จัก.
บทว่า การณสญฺํ ความว่า สัญญาในเหตุ.
บทว่า านสญฺํ ความว่า สัญญาในการณ์.
บทว่า น ปฏิลภสิ ความว่า ย่อมไม่ประสบ.