ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มจร. · เล่ม ๒๖ · หน้า ๓๐ · ข้อ 163 164 165 166 167 168 169 170 171
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๑๖๓] แม้ถึงร่างกายนี้จะแตกสลายไปก็ตามที

การที่เราจะหยุดความเพียรในการเจริญกรรมฐานนี้

จะไม่มีเป็นอันขาด

[๑๖๔] ขอเชิญท่านดูผลแห่งความเพียรออกจากกิเลส

ซึ่งดิฉันผู้มีความรู้น้อย ได้บรรลุอริยมรรค

อันมีสิกขาบท ๕ เป็นอุปนิสัย เป็นทางสวัสดี เป็นเหตุถึงความเกษม

ไม่มีขวากหนามคือกิเลส เป็นสภาวะที่(ตัณหาและทิฏฐิ) ยึดเหนี่ยว

ไม่ได้ เป็นทางตรงที่สัตบุรุษทั้งหลายประกาศแล้วนี้เถิด

[๑๖๕] ท้าวสักกเทวราชผู้ทรงอำนาจเชิญดิฉันมา

เหล่าดุริยเทพหกหมื่นองค์ ช่วยกันปลุกเร้าดิฉัน ให้เกิดปีติโสมนัส

[๑๖๖] ได้แก่ เทพบุตรมีนามว่าอาลัมพะ คัคคระ ภีมะ สาธุวาที ปสังสิยะ

โปกขระและสุผัสสะ เหล่าเทพธิดาน้อย ๆ มีนามว่า วีณา โมกขา

[๑๖๗] นันทา สุนันทา โสณทินนา สุจิมหิตา

อลัมพุสา มิสสเกสีและบุณฑริกา

[๑๖๘] อนึ่ง เทพกัญญาอีกพวกหนึ่ง คือ เอณีปัสสา สุผัสสา สุภัททา

และมุทุวาทินี ผู้ประเสริฐกว่านางอัปสรทั้งหลาย

ผู้มีหน้าที่ปลุกเร้าให้เกิดปีติโสมนัส

[๑๖๙] เทวดาเหล่านั้น พอได้เวลาก็เข้ามาหาดิฉัน

เสนอสนองด้วยวาจาน่ายินดีว่า

เอาเถอะ พวกเราจักฟ้อนรำ ขับร้อง บำเรอเธอให้รื่นรมย์

[๑๗๐] สถานที่ที่ดิฉันได้รับในบัดนี้ มิใช่สถานที่สำหรับคนที่ไม่ได้ทำบุญไว้

แต่เป็นสถานที่สำหรับคนที่ได้ทำบุญไว้แล้วเท่านั้น

ไม่มีความโศก น่าเพลิดเพลิน เจริญใจ

เป็นอุทยานกว้างใหญ่ของเหล่าเทพชั้นไตรทศ

[๑๗๑] สำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำบุญไว้ย่อมไม่มีความสุขทั้งโลกนี้และโลกหน้า