ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มจร. · เล่ม ๒๖ · หน้า ๕๐๙ · ข้อ 1034 1035 1036 1037 1038 1039 1040
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๑๐๓๔] บุคคลผู้เป็นพหูสูต ทรงธรรม

รักษาคลังธรรมของพระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ผู้เป็นพหูสูตเช่นนั้นเป็นดวงตาและเป็นปูชนียบุคคล

ของชาวโลกทั้งมวล

[๑๐๓๕] ภิกษุมีธรรม๑ เป็นที่มายินดี ยินดีแล้วในธรรม

พิจารณาใคร่ครวญถึงธรรม ระลึกถึงธรรมอยู่

ก็ย่อมไม่เสื่อมจากพระสัทธรรม

[๑๐๓๖] ภิกษุผู้หนักในความตระหนี่กาย

เมื่อกายและชีวิตเสื่อมไปอยู่

เธอไม่ขยันหมั่นเพียร ยังติดความสุขทางกาย

จะมีความอยู่ผาสุกด้วยความเป็นสมณะได้แต่ที่ไหน

[๑๐๓๗] ทิศทุกทิศ ไม่ปรากฏ ธรรมทั้งหลายก็ไม่แจ่มแจ้งแก่เรา

เมื่อพระธรรมเสนาบดีซึ่งเป็นกัลยาณมิตร นิพพานเสียแล้ว

โลกนี้ทั้งหมดปรากฏเหมือนกับว่ามืดมิด

[๑๐๓๘] กัลยาณมิตรเช่นนั้น ย่อมไม่มีแก่ผู้ปราศจากสหาย

ผู้มีพระศาสดาล่วงลับหมือนกายคตาสติ

[๑๐๓๙] มิตรเก่า ก็ล่วงลับไป จิตของเราไม่ยอมสมาคมกับมิตรใหม่

วันนี้เรานั้น ขอเข้าฌานอยู่คนเดียว

เหมือนกับนกเข้าอยู่ประจำรังในฤดูฝน

(พระศาสดาได้ตรัสกับพระอานนทเถระด้วยพระพุทธภาษิตว่า)

[๑๐๔๐] เธออย่าได้ห้ามชนหมู่มากผู้เป็นชาวต่างรัฐต่างถิ่น

ที่พากันมาไม่ทันพบเรา

ชนเหล่านั้นซึ่งมุ่งฟังธรรม จงเข้าพบเราได้

นี้แหละเป็นเวลาเข้าพบเรา