ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มจร. · เล่ม ๒๖ · หน้า ๕๑๓ · ข้อ 1059 1060 1061 1062 1063 1064 1065 1066 1067
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๑๐๕๙] เราได้อาศัยฝาเรือนฉันคำข้าวนั้นอยู่

ขณะฉัน หรือฉันเสร็จแล้ว เราไม่มีความรังเกียจเลย

[๑๐๖๐] ภิกษุใดไม่ดูหมิ่นบริโภคปัจจัย ๔ นี้ คือ

(๑) อาหารบิณฑบาตที่จะต้องลุกขึ้นยืนรับ (๒) บังสุกุลจีวร

(๓) เสนาสนะคือโคนไม้ (๔) ยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า

ภิกษุนั้นแหละควรอยู่ในทิศทั้ง ๔ ได้

[๑๐๖๑] ในปัจฉิมวัย ภิกษุบางพวกเมื่อขึ้นภูเขาย่อมลำบาก

แต่กัสสปะซึ่งเป็นทายาทของพระพุทธเจ้า

มีสติสัมปชัญญะตั้งมั่น แข็งแรงด้วยกำลังฤทธิ์ ย่อมขึ้นได้สบาย

[๑๐๖๒] กัสสปะซึ่งหมดอุปาทาน ละความหวาดกลัวภัยได้แล้ว

กลับจากบิณฑบาตแล้ว ได้ขึ้นภูเขา เข้าฌานอยู่

[๑๐๖๓] กัสสปะซึ่งหมดอุปาทาน เมื่อสัตว์ทั้งหลายถูกไฟไหม้อยู่

ก็ดับไฟเสียได้ กลับจากบิณฑบาตแล้ว ได้ขึ้นภูเขา เข้าฌานอยู่

[๑๐๖๔] กัสสปะซึ่งหมดอุปาทาน ทำกิจเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ

กลับจากบิณฑบาตแล้ว ได้ขึ้นภูเขา เข้าฌานอยู่

[๑๐๖๕] ภูมิภาคเรียงรายไปด้วยแนวต้นกุ่ม

น่ารื่นรมย์ใจ กึกก้อง ด้วยเสียงช้างร้อง น่ารื่นรมย์

ล้วนแล้วด้วยภูเขา ย่อมทำเราให้ยินดี

[๑๐๖๖] ภูเขาเหล่านั้นมีสีเขียวดุจเมฆ งดงาม

มีน้ำเย็น ทรงความสะอาดไว้

ดารดาษด้วยแมลงค่อมทอง ย่อมทำเราให้รื่นรมย์ใจ

[๑๐๖๗] ภูเขาเหล่านั้นเปรียบดังปราสาท

เขียวชะอุ่มสูงตระหง่านเทียมเมฆ

กึกด้วยเสียงช้างร้อง น่ารื่นรมย์