[๑๔๒] ภิกษุพึงใช้เสนาสนะที่สงัด
พึงประพฤติธรรมที่เป็นเหตุให้หลุดพ้นจากสังโยชน์
ถ้ายังไม่ประสบความยินดีในเสนาสนะที่สงัดและโมกขธรรมนั้น
ก็ควรเป็นผู้มีสติรักษาตนอยู่ในหมู่
๒. โชติทาสเถรคาถา
ภาษิตของพระโชติทาสเถระ
(พระโชติทาสเถระเมื่อจะสอนพวกญาติผู้ถือความบริสุทธิ์ภายนอกในลัทธิต่าง ๆ จึงได้กล่าว ๒ คาถาไว้ดังนี้ว่า)
{๒๖๙}[๑๔๓] ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งผู้มีความพยายามร้ายกาจ
เบียดเบียนมนุษย์ทั้งหลายด้วยการกระทำที่เจือไปด้วยความผลุน
ผลันก็ดี ด้วยการทำที่มีความประสงค์ต่าง ๆ กันก็ดี
แม้ชนเหล่านั้นก็ย่อมเกลี่ยตนลงในเหตุนั้นเหมือนกัน
เพราะกรรมย่อมไม่สูญหาย
[๑๔๔] คนทำกรรมใดไว้ ดีหรือชั่วก็ตาม
เขาย่อมเป็นผู้รับผลของกรรมนั้นที่ตนทำไว้โดยแท้
๓. เหรัญญิกานิเถรคาถา
ภาษิตของพระเหรัญญิกานิเถระ
(พระเหรัญญิกานิเถระเมื่อจะตักเตือนน้องชาย จึงได้กล่าว ๒ คาถาไว้ดังนี้ว่า)
{๒๗๐} [๑๔๕] วันคืนผ่านพ้นไป ชีวิตย่อมดับไป
อายุของสัตว์ทั้งหลายย่อมสิ้นไป
เหมือนน้ำในแม้น้ำน้อยสิ้นไป
[๑๔๖] เมื่อเป็นเช่นนั้น คนพาลถึงทำบาปกรรมอยู่ก็ไม่รู้สึกตัว